2005/Oct/17

คือ...เค้าทนไม่ไหวเลยตามเพื่อน ๆ ไปเขียนไดอารี่ที่

http://nintendo.diaryis.com แล้วนะ

แต่สำหรับที่นี่ ยังไม่ได้ทิ้งพื้นที่ไปเน่อ

วันไหนที่อยากเขียนเป็นแบบบล็อก ๆ ก็จะมาเขียนในนี้ด้วยนะ

ขอบคุณน้องแชมป์มาก ๆ ที่เอื้อเฟื้อพื้นที่ให้ซุกหัวนอน

แล้วเจอกันใหม่นะค้าบบ

2005/Oct/01

1 ตุลาคม 2548

เมื่อคราวที่ฉันไปเที่ยวหัวหินครั้งก่อน

ฉันเหมือนได้ย้อนกลับไปในความทรงจำของอดีตอย่างที่ฉันได้บันทึกเอาไว้

และนั่นแหละ คือตัวของฉัน

คนที่คอยแต่จะยึดติดตัวเองอยู่กับอดีต

ไม่ว่าจะผ่านไปนานแสนนานแค่ไหน หรือไกลแสนไกลเท่าไหร่

ไม่ว่าฉันจะแสร้งทำเป็นลืม หรือดูเหมือนจะลืมทุก ๆ อย่างไปหมดแล้วจริง ๆ

แต่สุดท้าย ทุกสิ่งทุกอย่างมันก็ยังอยู่ที่นั่น

เป็นกลุ่มหมอกเล็ก ๆ ในความทรงจำของฉัน

มันยังคงมีชีวิตเบาบางและมีลมหายใจรวยระริน ทว่ายาวนานต่อเนื่องจนแทบจะเป็นนิจนิรันดร์

เมื่อฉันคิดคำนึงถึงทุกอย่างที่ผ่านไปแล้ว ฉันก็เป็นแค่เด็กคนหนึ่งที่ยังเดินหลงทางอยู่ในห้วงเวลาเก่าก่อน

และเมื่อฉันรู้สึกตัว

ฉันจะเสียใจเป็นอันมาก ที่ไม่สามารถมีชีวิตอยู่กับ "วันนี้" ได้

ฉันยังหลงหายใจอยู่ในวันวานอันโศกเศร้าและแสนสุข

...

ในโลกนี้มีมนุษย์อยู่หลายประเภท

ฉันเชื่อว่าไม่มีใครสามารถคงสถานะความเป็นตัวของตัวเองได้ตลอดไปหรอก

เมื่อคนเราเติบโตขึ้น หัวใจจะมีแผลต่าง ๆ เพิ่มขึ้นมาไม่มากก็น้อย

แผลเหล่านั้น มันได้แต่เพียงทุเลาเบาบาง แต่รู้อะไรไหม ?

บาดแผลใจไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้หรอก

ทั้งปวงเหล่านี้แหละ ที่จะทำให้เรากลายเป็นอีกคนหนึ่งที่ไม่เหมือนคนก่อน

ฉันเองก็ได้แต่หวังว่า ฉันจะกลายเป็นคนที่มีแต่เพียง "วันนี้" เท่านั้น

จะไม่จดจำเวลาที่ผ่านเลยไป

...

นักเดินทางที่เพียงผ่านมาเยี่ยมสถานที่หนึ่งและผู้คนจำนวนหนึ่งในช่วงเวลาหนึ่ง ๆ

เมื่อนักเดินทางคนนั้นต้องจากไปยังที่ใหม่ ๆ ในโลกที่เต็มไปด้วยสีสันอันพร่างพราย

ไม่ช้า นักเดินทางคนนั้นคงจะลืมสถานที่และบรรดาผู้คนที่จากมา

ส่วนคนที่อยู่ข้างหลัง ก็คงจะหวนระลึกถึงผู้มาเยี่ยมเยือนอยู่เป็นระยะ

แม้ฉันจะไม่ใช่นักเดินทางที่ดี เพราะฉันมีความสุขกับการอยู่ตรงนี้

ทว่าฉันจะไม่ใช่ผู้ที่ถูกลืมแน่นอน ถ้าชีวิตฉันมีเพียงแต่ "วันนี้"

ความสุขและความเศร้า เป็นเพียงสายลมที่พัดโชยมา แล้วมันจะผ่านไป ไม่มีสิ่งไหนอยู่อย่างชั่วนิรันดร์

...

ฉันมักจะรู้สึกถึงอะไรทำนองนี้

เมื่อฉันนั่งอยู่ต่อหน้าอาทิตย์ที่กำลังอัสดง

และถ้ามันเป็นไปได้

ฉันจะขอให้แสงสุดท้ายของวัน

สาดเข้ามาชำระล้างทุกสิ่งทุกอย่างออกจากจิตใจชองฉันให้หมดสิ้น


edit @ 2005/10/01 23:51:57
edit @ 2005/10/01 23:53:13
edit @ 2005/10/02 00:47:56

2005/Sep/25

24 กันยายน 2548

ในขณะที่หลาย ๆ คนมีปัญหาเรื่องนอนไม่หลับ

ฉันเป็นคนหนึ่งที่มีปัญหาหนักกว่า นั่นคือ ฉันสามารถนอนหลับได้ตลอดเวลาที่ต้องการ

ฉันก็ไม่แน่ใจนัก ว่าอาการนี้มันเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เมื่อฉันอายุเท่าไหร่

รู้แต่ว่า มีเพียงไม่กี่คืนในชีวิตเท่านั้น ที่ฉันนอนไม่หลับ

และโดยมาก มันจะเกิดขึ้นเพียงไม่นานเท่าไหร่ แล้วฉันก็จะผล็อยหลับไปได้เองโดยไม่เคยต้องพึ่งยานอนหลับเลย

แต่นั่นเป็นคนละเรื่องกับเวลาที่ฉันไม่สบาย แล้วต้องกินยาแก้แพ้ ซึ่งโดยฤทธิ์ของยาแล้ว จะต้องง่วงนอนหลังกิน

แรกเริ่มเดิมที ฉันเคยแต่กินครั้งละหนึ่งเม็ด

เมื่อไม่นานมานี้เอง พี่รหัสของฉัน ซึ่งเป็นหมอฟันเหมือนกัน แนะนำว่า อายุก็ปูนนี้แล้ว ให้กินครั้งละสองเม็ดไปเลย (ฉันเคยได้ยินแม่พูดว่า หากกินยานี่เข้าไปครั้งละสองเม็ด ระวังจะไม่ตื่นนอนขึ้นมาอีกเลย ฉันซึ่งเป็นหมอ เลยเชื่อคำของแม่ขึ้นใจด้วยความที่เป็นลูก)

พอฉันเล่าให้พี่รหัสของฉันฟัง เขาก็หัวเราะ แล้วบอกว่า แก่ปูนนี้แล้ว กินเข้าไปเถอะ มันไม่ทำให้ตายหรอก

คืนหนึ่งที่ฉันไม่สบายอย่างมาก ฉันเลยลองกินครั้งละสองเม็ดดู

หลังจากนั้นไม่กี่นาที ฉันเริ่มรู้สึกถึงภาวะ Euphoria แปลเป็นไทยว่า ภาวะเปี่ยมสุข

ด้วยความที่ยามีฤทธิ์กดศูนย์ประสาทที่เกี่ยวกับการหลั่งสารภูมิแพ้ และมันอยู่ใกล้ ๆ กับศูนย์ประสาทที่หลั่งสารที่ทำให้ประสาทเขม็งเกร็ง เคร่งเครียดและตื่นตัว

หลังกินยาเหล่านี้ สมองจึงขาดสารสื่อประสาทมากระตุ้น ทำให้เกิดความง่วงงุนและคล้ายโลกทั้งใบเต็มไปด้วยม่านหมอกแห่งความสุขสีขาวบาง ๆ รายล้อมร่างกายจนสายตาเริ่มจะพร่าเลือน

ฉันว่าคนที่ติดยาบ้า ยาอี น่าจะมีความรู้สึกคล้าย ๆ กัน แต่มันคงเป็นอะไรที่ extreme กว่านี้

และฉันไม่เคยคิดอยากลอง แม้ฉันจะสนิทกับโบ ทีเค แต่ฉันไม่เคยคิดอยากเปลี่ยนตัวเองเป็น จอยซ์ ทีเค

แต่ไม่ว่าฉันจะกินยาแก้แพ้ หรือไม่ได้กินก็ตาม

หลังจากที่ฉันปิดไฟห้องนอน แล้วกระโดดขึ้นเตียงที่ฉันคุ้นเคย

เมื่อแทรกตัวลงใต้ความนุ่มหนาของผ้าห่ม และฝังศีรษะของฉันให้จมลงไปกับหมอนที่ฉันหวงแหน

ฉันเพียงแต่ลืมตาดูสิ่งรอบตัวของฉัน ห้องนอนของฉัน ความมืดมิดที่คลี่คลุมอยู่บนร่างกายฉัน

ฉันสูดอากาศเย็นชื่นเข้าเต็มปอดแล้วระบายออกอย่างเหนื่อยล้า

เสมือนหนึ่งว่า แม้ฉันจะถูกโลกภายนอกทิ่มแทงให้เจ็บปวดเพียงใด แม้ฉันจะโกรธแค้น หรือร้องไห้มาอย่างแสนสาหัส และเหน็ดเหนื่อยราวข้อต่อกระดูกทุกชิ้นในร่างกายกำลังถูกฉีกแยกออกจากกัน

ทว่า ฉันยังเหลือที่นี่ ที่ที่จะคอยปลอบโยนฉันอยู่เสมอ ในอาณาจักรของฉันเอง

แล้วความหนักอึ้งของมวลอากาศก็จะทับตัวฉันเอาไว้ พร้อมกับความง่วงงุน เมื่อฉันหลับตาลง ฉันก็จะจมดิ่งลงไปในความมืดมนของรัตติกาลที่ล่องลอยอยู่ทุกอณูของบรรยากาศ

...

หลัง ๆ มานี้ ฉันเริ่มพัฒนาศักยภาพการนอนจนเข้าขั้นแอดวานซ์

เมื่อไหร่ก็ตามที่ฉันว่างงาน ไม่มีกิจกรรมอะไรนอกจากการเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนให้กลายเป็นคาร์บอนไดออกไซด์

ฉันก็จะนอน

ฉันสามารถหาที่มั่นเหมาะ ๆ แล้วเอนกายลง เพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น ฉันก็จะตกเป็นของห้วงนิทราอันหวานล้ำ

นี่คือความสามารถพิเศษของฉัน

จนบางครั้ง ฉันอดคิดไม่ได้จริง ๆ ว่าฉันอาจจะไม่ได้ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกเลย

ถ้าโลกมันปวดร้าวเสียจนขนาดนี้

...