24 กันยายน 2548
ในขณะที่หลาย ๆ คนมีปัญหาเรื่องนอนไม่หลับ
ฉันเป็นคนหนึ่งที่มีปัญหาหนักกว่า นั่นคือ ฉันสามารถนอนหลับได้ตลอดเวลาที่ต้องการ
ฉันก็ไม่แน่ใจนัก ว่าอาการนี้มันเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เมื่อฉันอายุเท่าไหร่
รู้แต่ว่า มีเพียงไม่กี่คืนในชีวิตเท่านั้น ที่ฉันนอนไม่หลับ
และโดยมาก มันจะเกิดขึ้นเพียงไม่นานเท่าไหร่ แล้วฉันก็จะผล็อยหลับไปได้เองโดยไม่เคยต้องพึ่งยานอนหลับเลย
แต่นั่นเป็นคนละเรื่องกับเวลาที่ฉันไม่สบาย แล้วต้องกินยาแก้แพ้ ซึ่งโดยฤทธิ์ของยาแล้ว จะต้องง่วงนอนหลังกิน
แรกเริ่มเดิมที ฉันเคยแต่กินครั้งละหนึ่งเม็ด
เมื่อไม่นานมานี้เอง พี่รหัสของฉัน ซึ่งเป็นหมอฟันเหมือนกัน แนะนำว่า อายุก็ปูนนี้แล้ว ให้กินครั้งละสองเม็ดไปเลย (ฉันเคยได้ยินแม่พูดว่า หากกินยานี่เข้าไปครั้งละสองเม็ด ระวังจะไม่ตื่นนอนขึ้นมาอีกเลย ฉันซึ่งเป็นหมอ เลยเชื่อคำของแม่ขึ้นใจด้วยความที่เป็นลูก)
พอฉันเล่าให้พี่รหัสของฉันฟัง เขาก็หัวเราะ แล้วบอกว่า แก่ปูนนี้แล้ว กินเข้าไปเถอะ มันไม่ทำให้ตายหรอก
คืนหนึ่งที่ฉันไม่สบายอย่างมาก ฉันเลยลองกินครั้งละสองเม็ดดู
หลังจากนั้นไม่กี่นาที ฉันเริ่มรู้สึกถึงภาวะ Euphoria แปลเป็นไทยว่า ภาวะเปี่ยมสุข
ด้วยความที่ยามีฤทธิ์กดศูนย์ประสาทที่เกี่ยวกับการหลั่งสารภูมิแพ้ และมันอยู่ใกล้ ๆ กับศูนย์ประสาทที่หลั่งสารที่ทำให้ประสาทเขม็งเกร็ง เคร่งเครียดและตื่นตัว
หลังกินยาเหล่านี้ สมองจึงขาดสารสื่อประสาทมากระตุ้น ทำให้เกิดความง่วงงุนและคล้ายโลกทั้งใบเต็มไปด้วยม่านหมอกแห่งความสุขสีขาวบาง ๆ รายล้อมร่างกายจนสายตาเริ่มจะพร่าเลือน
ฉันว่าคนที่ติดยาบ้า ยาอี น่าจะมีความรู้สึกคล้าย ๆ กัน แต่มันคงเป็นอะไรที่ extreme กว่านี้
และฉันไม่เคยคิดอยากลอง แม้ฉันจะสนิทกับโบ ทีเค แต่ฉันไม่เคยคิดอยากเปลี่ยนตัวเองเป็น จอยซ์ ทีเค
แต่ไม่ว่าฉันจะกินยาแก้แพ้ หรือไม่ได้กินก็ตาม
หลังจากที่ฉันปิดไฟห้องนอน แล้วกระโดดขึ้นเตียงที่ฉันคุ้นเคย
เมื่อแทรกตัวลงใต้ความนุ่มหนาของผ้าห่ม และฝังศีรษะของฉันให้จมลงไปกับหมอนที่ฉันหวงแหน
ฉันเพียงแต่ลืมตาดูสิ่งรอบตัวของฉัน ห้องนอนของฉัน ความมืดมิดที่คลี่คลุมอยู่บนร่างกายฉัน
ฉันสูดอากาศเย็นชื่นเข้าเต็มปอดแล้วระบายออกอย่างเหนื่อยล้า
เสมือนหนึ่งว่า แม้ฉันจะถูกโลกภายนอกทิ่มแทงให้เจ็บปวดเพียงใด แม้ฉันจะโกรธแค้น หรือร้องไห้มาอย่างแสนสาหัส และเหน็ดเหนื่อยราวข้อต่อกระดูกทุกชิ้นในร่างกายกำลังถูกฉีกแยกออกจากกัน
ทว่า ฉันยังเหลือที่นี่ ที่ที่จะคอยปลอบโยนฉันอยู่เสมอ ในอาณาจักรของฉันเอง
แล้วความหนักอึ้งของมวลอากาศก็จะทับตัวฉันเอาไว้ พร้อมกับความง่วงงุน เมื่อฉันหลับตาลง ฉันก็จะจมดิ่งลงไปในความมืดมนของรัตติกาลที่ล่องลอยอยู่ทุกอณูของบรรยากาศ
...
หลัง ๆ มานี้ ฉันเริ่มพัฒนาศักยภาพการนอนจนเข้าขั้นแอดวานซ์
เมื่อไหร่ก็ตามที่ฉันว่างงาน ไม่มีกิจกรรมอะไรนอกจากการเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนให้กลายเป็นคาร์บอนไดออกไซด์
ฉันก็จะนอน
ฉันสามารถหาที่มั่นเหมาะ ๆ แล้วเอนกายลง เพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น ฉันก็จะตกเป็นของห้วงนิทราอันหวานล้ำ
นี่คือความสามารถพิเศษของฉัน
จนบางครั้ง ฉันอดคิดไม่ได้จริง ๆ ว่าฉันอาจจะไม่ได้ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกเลย
ถ้าโลกมันปวดร้าวเสียจนขนาดนี้
...